onuma's profileAuai's spacePhotosBlogListsMore Tools Help

onuma

My Custom Part

Windows Media Player

Auai's space

Photo 1 of 48
June 16

เฮ้อ! ไม่ได้มาอัพนานเลยนะเนี่ย

ไหนๆก็มาอัพทั้งทีแล้วขอระบายความในใจหน่อยก็แล้วกัน
 
เฮ้อ ช่วงนี้งานเย๊อะเยอะ ไม่รู้จะทำไรก่อนบ้าง
โดยเฉพาะวิชาชีวะ ไม่รู้จารย์แกสั่งงานไรบ้าง พี่แกเล่นสั่งแบบผ่านๆ
เวลาเรียนวิชานี้ก็เรียนไม่รู้เรื่อง ไม่รู้จะทำไรก่อน ทั้งเขียนตามแกบนกระดาน
จดในชีตใส่สมุด ทำแบบฝึกหัด ไหนจะคอยฟังแกพูด ตาก็ต้องดูกระดานอีก
เป็นครั้งแรกเลยที่อยากเกิดมาเป็นทศกัณฐ์ พูดแล้วเซ็ง
จะว่าไปแล้วเราคงไม่มีหัวเรียนในวิชานี้ พุดง่ายๆคือ คงไม่ฉลาดพอที่จะเรียนกะแก
แต่ดูท่าว่าแกคงจะไม่ชอบห้องเราด้วยแหละ ( มั้ง คิดเอาเองน๊า )
ผ่านไปอีกวิชาหนึ่ง นี่ก็น่าเบื่อไม่แพ้กัน
วิชาที่ว่านั้นก็คือภาษาอังกฤษ เจ๊แกเล่นสอน สอน และก็สอน
สอนในวิชาแกไม่เท่าไร เจ๊แกยังเล่นกินคาบวิชาอื่นแบบไม่เกรงใจอีก
แล้วคาบว่างตอนเช้าวันพฤหัส เจ๊แกก็ยังมาสอนอีก
เล่นเอานักเรียนแทบบ้า สอนอยู่ได้ ไม่เว้นแม้แต่เวลาว่าง
แล้วอย่างนี้จะได้พักหรอ แถมยังบ้าจัดกลุ่มกะบ้าสอบอีก
ให้นักเรียนจัดแต่กลุ่ม แล้วก็สอบกะสอบ
เปิดเทอมมาอ่ะ เจ๊แกให้สอบมาแล้ว3ครั้ง ไม่รู้จะอะไรกันนักกันหนา
เฮ้อ พอ พอแค่นี้ดีกว่าชักจะไปกันใหญ่แล้ว เอาไว้แค่นี้ก่อนดีกว่า
แต่ยังไงก็ขอยืนยันคำเดียวว่า (รึหลายคำหว่า) ว่าเบื่อ เศร้า หงา เซ็ง ( เกี่ยวกันมั๊ยเนี่ย)

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
มีเกาะแห่งหนึ่งซึ่งรวบรวมความรู้สึกทั้งหมดอาศัยอยู่ด้วยกัน
ความสุข ความเศร้า ความรู้ และอื่นๆ รวมทั้งความรัก

วันหนึ่งมีประกาศไปยังความรู้สึกทั้งหมดว่าเกาะกำลังจะจม
ดังนั้น ทั้งหมดจึงได้เตรียมเรือเพื่อที่จะหนีออกจากเกาะ

ความรักเท่านั้นที่ตัดสินใจอยู่บนเกาะความรักต้องการที่จะอยู่จนกระทั่งวินาทีสุดท้าย
เมื่อเกาะเกือบจะจมแล้ว
ความรักจึงตัดสินใจขอความช่วยเหลือ

ความรวยแล่นเรือผ่าน ความรวยตอบว่า
"
ไม่ได้หรอก.ฉันรับเธอไม่ได้หรอกเพราะเรือฉันน่ะเต็มไปด้วยทองและเงินแล้ว
มันไม่มีที่ให้คุณ "

ความรักตัดสินใจจะถามความเห็นแก่ตัวซึ่งผ่านมาเหมือนกันด้วย
"
ความเห็นแก่ตัวช่วยฉันด้วย "
"
ฉันช่วยคุณไม่ได้หรอกความรัก

คุณน่ะทั้งเปียกอาจจะทำให้เรือฉันเปียกด้วย"

ความเศร้าได้พายเรือใกล้เข้ามาความรักก็ได้เอ่ยขอความช่วยเหลืออีก
"
ความเศร้าอนุญาตให้ฉันขึ้นเรือคุณนะ "
"
โอ้ความรักฉันกำลังเศร้ามากเลยฉันต้องการอยู่คนเดียวขอโทษนะ"

ความสุขได้ผ่านความรักไปเหมือนกัน
แต่เขาไม่ได้ยินแม้เสียงร้องเรียกขอความช่วยเหลือของความรักเพราะมัวแต่กำลังสุข

ทันใดนั้น มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา
"
มานี่ความรักฉันจะรับคุณไปเอง"
เสียงนั้นเป็นของคนแก่คนหนึ่ง
ความรักรู้สึกขอบคุณและดีใจเป็นอย่างมาก
จนลืมถามชื่อว่าใครคือผู้ใจดีผู้นั้น

เมื่อพวกเขามาถึงแผ่นดินที่แห้ง
คนแก่ก็จากไปตามทางของเขา
ความรักนึกขึ้นมาได้ว่าลืมถามชื่อชายแก่คนนั้น

ความรักจึงถามความรู้และคนแก่คนอื่น ๆ ….
"
ใครเหรอที่เป็นคนช่วยฉัน
"
ความรู้ตอบอย่างภาคภูมใจในความรอบรู้ของตนเองว่า " เวลา
"
ความรักถามต่อว่า

"
แต่ทำไมเวลาถึงช่วยฉันละ "
ความรู้ยิ้มในความรอบรู้ของตัวเองแล้วตอบความรักว่า

"
ก็เพราะว่าเพียงเวลาเท่านั้นที่เข้าใจว่า.....ความรักยิ่งใหญ่แค่ไหน..."

แต่ว่า...มีสิ่งหนึ่งที่เราอาจลืมเลือนไป
ถ้าหากจะไม่กล่าวถึงเสียเลย
ขณะที่ความรักกำลังมองหาคนช่วยออกจากเกาะ
ความรักคงยุ่งอยู่กับการมองหาผู้อื่น..
จนลืมมองมาที่ความเป็นเพื่อน...
ซึ่งเลือกที่จะอยู่เคียงข้างความรักตั้งแต่แรกแล้ว
เพราะความเคยชินจึงทำให้ความรักมองไม่เห็นความสำคัญของความเป็นเพื่อน...

ในขณะที่ความรักจากไปพร้อมกับเวลา
ความเป็นเพื่อนรู้สึกดีใจมากที่ความรักปลอดภัยและแม้จะต้องห่างกัน
แต่ความเป็นเพื่อนกลับรู้สึกเป็นสุขเพราะความเป็นเพื่อนรู้ดีว่า..
ถึงแม้เกาะนี้จะจมลงไปชั่วนิรันดร์
แต่...ความเป็นเพื่อนจะยังเป็นอมตะในใจของความรักตลอดไป

แม้จะไม่ยิ่งใหญ่.....แต่จะคงอยู่เคียงข้างความรักเสมอ
ความเป็นเพื่อนรู้ดีว่าตน...ไม่จากไปเหมือนกาลเวลา
ความเป็นเพื่อนรู้ดีว่าตน...ไม่รังเกียจกันเหมือนความเห็นแก่ตัว
ความเป็นเพื่อนรู้ดีว่าตน...ไม่แบ่งชั้นกันเหมือนความรวย
ความเป็นเพื่อนรู้ดีว่าตน...ไม่อ้างว้างเหมือนความเศร้า
และความเป็นเพื่อนรู้ดีว่าตน...ไม่เปลี่ยนแปลงเหมือนความสุข
ทั้งนี้ก็เพราะ... " ความเป็นเพื่อนจะอยู่ในใจตลอดไป "

 

January 27

เรื่องซึ้งๆ(จริงๆนะ)

ชายที่ไม่อ่อนโยน แต่..

ผู้ชายที่ไม่อ่อนโยน แต่ แสนจะอ่อนโยน

มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งกำลังนั่งร้องไห้ ..
และเล่าเรื่องๆราวต่างๆให้เด็กผู้ชายคนหนึ่งฟัง
เธอเล่าเรื่องน่าเศร้าไปพร้อมกับน้ำตาของเธอ

เด็กผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างๆเด็กผู้หญิง ..
รับฟังเรื่องราวต่างๆ แล้วเขาก็เงียบ ..

เด็กผู้หญิงคนนั้นก็ยิ่งร้องไห้มากขึ้นเรื่อยๆ .. เรื่อยๆ

จนเด็กผู้ชายพูดขึ้นมาว่า เธอจะร้องอะไรกันนักหนา ยัยบ้า
เรื่องแค่เล็กน้อยแค่นี้ เธอถึงกับต้องเสียน้ำตามากขนาดนี้เชียวเหรอ

เด็กผู้หญิงเลยพูดขึ้นว่า ..

ก็เธอน่ะมันคนใจร้าย เธอจะไปเข้าใจอะไรล่ะ
เวลาที่ฉันมีปัญหา .. เวลาที่ฉันเสียใจ ..
พอฉันบอกให้เธอฟัง เล่าให้เธอฟัง เธอกลับหาว่าฉันบ้า
เธอไม่เคยเข้าใจฉันเลย
เธอมันเป็นผู้ชายที่ไม่มีความอ่อนโยน..


ทำไมน๊ะ เวลาที่ ฉันร้องไห้ .. ทำไม ..
ทำไมเธอไม่เคยคิดจะพูดปลอบใจฉันบ้าง ..
ทำไมเธอชอบว่า ฉันนัก ..
หรือว่า แค่นี้ฉันยังเสียใจไม่พอ ..
ต้องให้เธอมาทำให้ฉัน ยิ่งทรุดหนักลงใช่มั้ย

เด็กผู้ชายคนนั้นได้แต่ .. นิ่งเงียบ ..
ในใจของเด็กผู้ชายคนนั้นได้แต่คิดว่า .. เธอมันยัยโง่
ในใจของเด็กผู้ชายคนนั้นมีคำถามมากมาย ..

คำถามเป็นร้อยๆพันๆคำถาม ที่อยากจะเอ่ยถามเด็กผู้หญิงคนนั้น
แต่เด็กผู้ชายคนนั้นก็ไม่เคยจะเอ่ยถามแม้สักคำ ..

เธอไม่เคยรู้หรอกเหรอว่า เวลาเธอน่ะร้องไห้ ฉันแทบจะเป็นบ้า
เธอไม่เคยรู้หรอกเหรอว่า .. เวลาเธอเศร้า ฉันเศร้ายิ่งกว่า
แล้วเธอไม่รู้หรอกเหรอว่า .. คนที่มันทำเธอร้องไห้ ฉันอยากจะกระทืบมันให้ตาย
นี่เธอไม่เคยรู้จริงๆเหรอว่า .. ฉันรักเธอมากแค่ไหน


เธอไม่รู้หรือไงน๊ะยัยโง่ ว่า .. ฉันน่ะปลอบเธอไม่เป็น
ฉันรู้นะ .. ถ้า ฉันปลอบเธอ เธอจะดีขึ้น” ...
แต่ ... ฉันก็ไม่ทำ ด้วยเหตุผลเพียงเพราะว่า ..
ฉันไม่อยากเห็นเธออ่อนแอ
ฉันอยากเห็นเธอเข้มแข็ง และลุกขึ้นมาสู้กับปัญหาด้วยตัวของเธอเอง ..

ถึงแม้ว่า .. เธอ จะมองว่าฉันเป็นคนใจร้าย .. ฉันก็ยอม

ฉันอาจจะไม่ใช่ผู้ชายที่อ่อนโยน แสนดี ..
ฉันอาจไม่ใช่คนที่เธอต้องการยามเศร้า ..
ฉันอาจไม่ใช่ .. ใครคนนั้น .. สำหรับเธอ ..

ถึงเธอจะโกรธ จะเกลียดฉัน ..
แต่อยากให้ไว้นะว่าผู้ชายที่ไม่อ่อนโยนคนนี้ก็รักเธอ


น่าเศร้าใจนัก ที่เด็กผู้หญิงคนนั้น ..
ไม่มีทางรู้เลยว่า ความไม่อ่อนโยนที่เด็กผู้ชายคนนึงมอบให้
..
กลับแฝงไปด้วยความอ่อนโยน ..
ถ้าเด็กผู้หญิงคนนั้นรู้สักนิดว่า ..
เด็กผู้ชายคนนั้นรักเค้าแค่ไหน

มันคงไม่เป็นแบบนี้

อย่ามองแค่การกระทำภายนอกของเขา
แต่ลองมองลึกถึงหัวใจ ..
แล้วคุณจะรู้ว่า ใครบางคนที่คุณ ..คิดว่า
ไม่อ่อนโยนเอาซะเลย .. เค้าคนนั้นอาจจะ ..
แฝงไปด้วยความอ่อนโยนที่เต็มเปี่ยม

จงอย่ามองด้วยตา แต่มองด้วยใจ ..
เพราะสิ่งที่ดีๆบนโลกใบนี้ซ่อนอยู่ทุกหนทุกแห่ง
ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะหามันเจอรึเปล่า

ศักดิ์ศรีใช้ไม่ได้กับความรัก

ศักดิ์ศรี ใช้ไม่ได้กับ"ความรัก"

คนเรามักชอบทำอะไร ตรงข้าม กับหัวใจ

ลองได้โกรธกันแล้ว คนหนึ่งถามว่า เป็นอะไรไป

อีกคนก็มักจะตอบว่า เปล่า ออกมาเป็นคำแรกเสมอๆ

 

ยิ่งถ้าเป็นแฟนกัน

น้ำหนักของ ศักดิ์ศรียิ่งเพิ่มตาม

ลองได้เปิดฉากทะเลาะกันแล้ว

ไม่มีใครยอมใครหรอก

เพราะมัวแต่เอาศักดิ์ศรีมาสู้กันจนเหนื่อย

นอกจากจะหมดแรงแล้ว

ยังหมดกำลังใจจะรักกันด้วย

 

หากรู้ว่ายัง รัก กันอยู่

ก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อที่จะรักษาคนคนนี้เอาไว้

อย่าทำ คนที่เรารักหล่นหายไปจากชีวิต

เพียงเพราะไปยึดติดกับความเชื่อส่วนตัวที่ไม่ได้ทำให้ความรักดีขึ้น

เพราะสุดท้ายเราก็ต้องเลือกเอาว่า

อยากจะอยู่กับ ศักดิ์ศรี

หรือจะอยู่กับ คนที่เรารัก

 

นักเดินทาง ตะเกียง เเละเเสงจันทร์

นักเดินทาง ตะเกียง...และแสงจันทร์

ฉันอาจเป็นเพียงตะเกียงดวงหนึ่ง ที่มีแสงเพียงน้อยนิด
อาจจะไม่จำเป็นเลยในบางช่วงบางขณะ
ที่พระจันทร์ทอแสงนวลกระจ่าง
เธออาจจะทิ้งฉันไว้ข้างทางก้อเป็นได้
หากเธอคิดว่าฉันไม่มีประโยชน์แม้แต่น้อย
ฉันจึงเปรียบตะเกียง เป็นดั่ง ตัวฉัน...
ส่วนเธอน่ะ เป็น นักเดินทางคนนึง...
ส่วนเค้าคนนั้น เป็น พระจันทร์....
นักเดินทางคนหนึ่งกับตะเกียงดวงเก่า
ตะเกียงที่ให้แสงสว่างในค่ำคืนที่มืดมิด
ตะเกียงที่ให้ความอบอุ่นได้
เมื่อนักเดินทางผู้นั้นต้องการ
ในค่ำคืนที่สายลมหนาวได้ผ่านพัดมาอีกครา
การเดินทางของนักเดินทางผู้นั้นก้อมี
ตะเกียงเป็นเพื่อนคู่ชีพ
แสงเพียงน้อยนิดที่พอจะส่องทางได้เป็นระยะๆ
ทำให้นักเดินทางผู้นั้นเริ่มไม่พอใจในสิ่งที่ เค้ามีอยู่
เมื่อเค้ามีเพื่อนร่วมทาง เพื่อนร่วมทางก็ได้กล่าวว่า
"
จะใช้ตะเกียงดวงเก่านี้ไปทำไม ในเมื่อแสงจากพระจันทร์ออกจะสว่างถึงเพียงนี้"
นักเดินทางผู้นั้นคิดได้จึงทิ้งตะเกียงผู้น่าสงสารไว้ข้างทาง
หลงเชื่อคำกล่าวของเพื่อนร่วมทาง
ซึ่งเป็นเพียงแค่คนที่ผ่านมาแล้วก้อผ่านไป
ค่ำคืนนั้น เป็นคำคืนที่ยาวนานสำหรับฉัน...
...
ตะเกียงผู้ถูกทอดทิ้งไว้ข้างทาง
ก้อเค้าไม่สนใจแม้แต่น้อย
กลับกัน เธอนักเดินทางที่กำลังหลงระเริง
กับแสงจากพระจันทร์
ที่ส่องแสงนวลกระจ่าง มันสวยงาม มันชวนฝัน
นักเดินทางผู้นั้นจึงเดินทางไปเรื่อยๆ เพียงลำพัง
แค่สัมภาระ ไร้ตะเกียงดวงเก่า!
เมื่อความมืดมิดแห่งค่ำคืนได้ผ่านพ้นไป
แสงจันทร์ที่เคยกระจ่างยามค่ำคืนก้อเลือนหาย
ดวงตะวันได้โผล่ขึ้นมารับอรุณบอกกับทุกคนที่อยู่ใต้ผืนฟ้าว่านี่คือ
เช้าวันใหม่ ..............
สายลมหนาว --ผ่านพัดมาเยือนอีกครา
----------
ผ่านพัด---เป็นลมหนาวที่เย็นยะเยือก
ตะเกียงดวงเก่าที่ถูกทอดทิ้ง
บัดนี้ นักเดินทางอีกคนได้ผ่านมาพบจึงเก็บไว้เป็นสมบัติตน
ตะเกียงจึงกลับกลายเป็น ของมีค่าอีกครั้ง
มันได้ทำหน้าที่เช่นเดิม คือ ให้แสงสว่างและ
ความอบอุ่นไปพร้อมๆ กัน
เมื่อตะวันลับฟ้าไปแล้วลำแสงสุดท้ายของวันเป็นสีส้มเป็นแสงสว่างสุดท้ายของวันนี้
ค่ำคืนได้ย่างกรายเข้ามา สายลมหนาวก้อเริ่มพัดแรงขึ้นๆ
ดวงจันทร์ที่เคยทอแสงกระจ่างกลับถูกหมอกเมฆบดบังจนสิ้น!
ราวกับจะกลั่นแกล้งนักเดินทาง
คนเก่าที่เคยเป็นเจ้าของตะเกียง
เค้าผู้นั้นไม่มีแม้แต่แสงไฟที่จะใช้ส่องทางและเช่นกัน
เค้าไม่มีแม้กระทั่งความอบอุ่น
นักเดินทางหนาวสั่นจะเดินต่อก็กลัว หลงทาง
เค้าจึงย้อนกลับไปเอาตะเกียงดวงเก่าที่ได้ทิ้งไว้เมื่อคืนก่อน
...
ลมหนาวได้ผ่านพัดมา ราวกับจะทรมานนักเดินทางผู้นั้น
จนกระทั่งมาถึงจุดที่เขา ได้ทิ้งตะเกียงไว้
บัดนี้ตะเกียงดวงเก่าได้ สาปสูญไปแล้ว
เค้านึกเสียดายจับใจ
แม้จะเรียกร้องเพียงใดก้อมิได้กลับคืน
จึงทำได้แต่เพียงนอนหนาว
รอให้เมฆหมอกที่บดบังดวงจันทร์นั้นได้ผ่านเลยไป
เวลาได้ผ่าน........
เมฆหมอกได้เลือนหายไปแล้ว
แสงจันทร์ได้กลับมาสดใสอีกครา
ทำให้นักเดินทาง ผู้เหน็บหนาวอุ่นใจขึ้น
แต่ดวงจันทร์ก้ออยู่ไกลเกินไป.......
ไกลเกินที่จะทำให้นักเดินทางผู้เหน็บหนาวได้รับความอบอุ่น------------
เคยมีคนกล่าวเอาไว้ว่า
"
เรามักจะไม่รู้ว่าสิ่งที่เราครอบครองนั้นดีเพียงไรมีคุณค่ากับเราเพียงใด
เราจะรู้ก็ต่อเมื่อเราได้สูญเสียสิ่งนั้นไปแล้ว"
เพราะฉะนั้นฉันจึงอยากให้ผู้ที่ใฝ่สูงทั้งหลายจงหันกลับมามองคนใกล้ตัว
การชะเง้อมันเมื่อยกว่าการก้ม จริงไหม?